


ทำการก่อสร้างโดยความดำริของท่านพระครูปรีชานุศาสน์เจ้าอาวาสวัดบึงบวรสถิตย์ โดยเห็นว่าอุโบสถเดิมตั้งอยู่ที่ด้านหลังอุโบสถปัจจุบันเยื้องไปทางทิศใต้ติดกับลำห้วยนั้นคับแคบและเล็ก จึงได้ปรึกษากับทายกทายิกาดำริสร้างอุโบสถขึ้นใหม่ ตกลงที่จะสร้างเป็นอุโบสถจตุรมุขแบบวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม จึงให้นายช่างถ่ายแบบอุโบสถวัดเบญจมบพิตรและได้วางศิลาฤกษ์อุโบสถหลังใหม่นี้เมื่อพ.ศ. 2492 ได้ก่อสร้างเรื่อยมาจนถึงก่อผนังอุโบสถพระครูปรีชานุศาสน์จึงได้มรณภาพ พระครูประภัศร์พุทธิคุณ ได้มาก่อสร้างต่อจนแล้วเสร็จเมื่อพ.ศ.
2528 เป็นอุโบสถที่มีความสวยงามหลังหนึ่งของภาคตะวันออกในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยมีซุ้มเรือนแก้วแบบพระพุทธชินราช มีพระพุทธลักษณะสวยงามมากเป็นพระพุทธโลหะปิดทองขนาดหน้าพระเพลา 3 ศอกเศษ สูงจรดพระรัศมีถึงฐานองค์พระ 4 ศอกเศษ มีพระพุทธรูปในซุ้มคูหาพระประธานอีก 4 องค์ เป็นพระพุทธรูปปางลีลาเลียน แบบ ศิลปะสุโขทัย จำนวน 2 องค์ พระโมคคัลลานะและพระสารีบุตร รวม 2 องค์
นอกจากนี้ในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเหลือพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด อายุ
100 กว่าปี ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวอำเภอบ้านบึงโดยทั่วไป


เป็นวิหารทรงจตุรมุขขนาดปานกลาง บรรจุรูปหล่อเหมือน พระครูปริยัติยานนท์ และ พระครูประภัศรโพธิวิสุทธิคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดบึงบวรสถิตย์ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวอำเภอบ้านบึงโดยทั่วไป


หอระฆัง 1 หลัง เป็นอาคารเดี่ยวสูง 3 ชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ. 2528 สมัยพระครูประภัศร์พุทธิคุณเป็นเจ้าอาวาส พร้อมศาลารายหลังอุโบสถอีก 2 หลัง


เป็นพระพุทธรูปปางลีลา ประดิษฐานอยู่บนหินอ่อน หล่อด้วยโลหะรมดำ ประดิษฐานอยู่ที่ด้านหน้าด้านทิศเหนือสร้างโดย พระครูพิศาลพรหมจรรยื เจ้าอาวาส และทายกทายิกาส่วนพระนามว่า “พระไตรโลกนาถลีลาศวิกรม บรมศาสดา อาณาวรยาน” นี้ เจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์วัดชนะสงครามเป็นคนถวายพระนาม


เป็นอาคารทรงประยุกต์ชั้นเดียวกว้าง 20 เมตร ยาว 30 เมตรสร้างในสมัยพระครูประภัศร์พุทธิคุณเป็นเจ้าอาวาสเมื่อพ.ศ. 2514 ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่ทำบุญใน


ขนาดกว้าง 15 เมตร ยาว 30 เมตร เป็นอาคารทรงไทย มีช่อฟ้าใบระกา สร้างในสมัยพระอาจารย์อ้วนเป็นเจ้าอาวาส ต่อมาได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์อีกหลายครั้ง ปัจจุบันเป็นที่บำเพ็ญกุศลงานทั่วไป


ศาลาปริยัติธรรมมงคลศิริประชาสร้างสรรค์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2535 โดยพระครูพิศาล
พรหมจรรย์ เจ้าอาวาส

